ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปัจจุบันคำว่า “เทคโนโลยีสาระสนเทศ” หรือเรียกสั้นๆว่า “ไอที” ( IT ) นั้น มักนำมาใช้ งานอย่างกว้างขวำงในความเป็นจริง คไว่าเทคโนโลยีสาระสนเทศ นั้น ประกอบด้วยคำว่า “เทคโนโลยี” และคำว่า “สารสนเทศ” มารวมกันโดยแต่ละคำมี ควำมหมายดังนี
- เทคโนโลยี(Technology) คือการประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องการผลิต การสร้างวิธีกำรดำเนินงาน และรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ
- สารสรเทศ (Information) คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมูลดิบ (Rau data) ด้วย การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และน ำมำผ่ำนกระบวนกำรประเมินผล ไม่ว่ำจะเป็นกำรจัดกลุ่ม ข้อมูล กำรเรียงล ำดับข้อมูล กำรคำนวณและสรุปผล จำกนั้นก็นำมาเสนอในรูปแบบของรายงำนที่ เหมาะสมต่อการใช้งาน
เมื่อนำคำว่า เทคโนโลยีและ สำรสนเทศ รวมเข้ำไว้ด้วยกันแล้ว จึงสรุปควำมหมำยโดยรวม ได้ว่าเทคโนโลยีสำรสนเทศ (Information technology) คือกำรประยุกต์ควำมรู้ทำงด้ำนวิทยำสำ สตร์มำจัดกำรสำรสนเทศที่ต้องกำร โดยอาศัยเครื่องมือทำงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีด้ำน คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีด้านเครือข่ายโทรคมนำคมและการสื่อสาร ตลอดจนอาศัยควำมรู้ใน กระบวนการดำเนินงานสำรสนเทศในขั้นตอนต่างๆ
เทคโนโลยีสำรสนเทศจึงมีควำมหมายที่กว้างขวางมาก นักศึกษาจะได้พบสิ่งรอบๆ ตัวที่ เกี่ยวกับสารสนเทศอยู่มาก ดังนี้
- กำรเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบ นักเรียนอาจเห็น พนักงานการไฟฟ้าไปที่บ้ำนพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเพื่อบันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในการสอบแข่งขันที่มีสอบจำนวนมาก ก็มีการใช้ดินสอระบายตามช่องที่เลือกตอบ เพื่อให้เครื่องอ่านเก็บ รวบรวมข้อมูลได้
- กำรประมวลผล ข้อมูลที่เก็บมาได้มักจะเก็บในสื่อต่ำงๆ เช่น ผ่ำนบันทึก แผ่นซีดี หรือเทป เป็นต้น ข้อมูลเหล่ำนี้จะถูกนามาประมวลผลตำมต้องกำร เช่น แยกแยะข้อมูลเป็นกลุ่ม เรียงลาดับข้อมูล คานวณ หรือจัดกำรคัดแยกข้อมูลที่จัดเก็บเหล่ำนั้น
- กำรแสดงผลลัพธ์อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในกำรแสดงผลลัพธ์มีมำก สำมำรถแสดง เป็นตัวหนังสือ เป็นรูปภำพ ตลอดจนพิมพ์ออกมำที่กระดำษ กำรแสดงผลลัพธ์มีทั้งแสดงเป็นภำพ เป็นเสียง เป็นวีดีทัศน์ เป็นต้น
- กำรทาสำเน่า เมื่อมีข้อมูลที่จัดเก็บในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ การทำสำเนำจะทำได้ ง่ายและทำได้เป็นจ ำนวนมำก ดังนั้นอุปกรณ์ช่วยในกำรท ำส ำเนำ จัดได้ว่ำเป็นเทคโนโลยีสำน สนเทศทีมีกำรพัฒนำมาอย่างต่อเนื่องเรามีเครื่องพิมพ์เครื่องถ่ายเอกสารอุปกรณ์การเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น จำนบันทึก ซีดีรอม ซึ่งสำมำรถท ำส ำเนำได้เป็นจำนวนมาก
- กำรสื่อสำรโทรคมนำคม เป็นวีกำรจัดส่งข้อมูลจำกที่หนึ่ง หรือ กระจ่ำยออกไปยัง ปลำยทำงครั้งละมำกๆ ปัจจุบันมีอุปกรณ์ระบบสื่อสำรโทรคมนำคมหลำยประเภทตั้งแต้โทรเลข โทรศัพท์ เส้นใยนำแสง เคเบิลใต้น้ำ คลื่นวิทยุไมโครเวฟและดาวเทียม เป็นต้น
องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นอาจกล่าวได้ว่าประกอบขึ้นจากเทคโนโลยีสองสาขาหลักคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม สำหรับรำยละเอียดพอสังเขปของแต่ ละเทคโนโลยีมีดังต่อไปนี้คือ
- เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่สำมำรถจดจ ำข้อมูลต่ำง ๆ และปฏิบัติตำมค ำสั่งที่ บอก เพื่อให้คอมพิวเตอร์ท ำงำนอย่ำงใดอย่ำงหนึ่งให้ คอมพิวเตอร์นั้นประกอบด้วยอุปกรณ์ต่ำง ๆ โปรแกรม คอมพิวเตอร์หรือที่เรียกกันว่ำ ซอฟต์แวร์ (Software)
ฮาร์ดแวร์ประกอบด้วย 5 ส่วน
- 1 อุปกรณ์รับข้อมูล (Input) เช่นแผงแป้นอักขระ (Keyboard),เมำส์,เครื่องตรวจกวาดภาพ (Scanner), จอภาพสัมผัส (Touch Screen), ปากกาแสง (Light Pen), เครื่องอ่านบัตร แถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip Reader), และเครื่องอ่านรหัสแท่ง (Bar Code Reader)
- 2 อุปกรณ์ส่งข้อมูล (Output) เช่น จอภำพ (Monitor), เครื่องพิมพ์ (Printer), และ เทอร์มินัล
- 3 หน่วยประมวลผลกลำง จะทำงานร่วมกับหน่วยควำมจำหลักในขณะคำนวณหรือประมวลผล โดยปฏิบัติหน้าที่ตำมคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยการดึงข้อมูลและคำสั่งที่เก็บไว้ไว้ ในหน่วยควำมจ ำหลักมำประมวลผล
- 4 หน่วยควำมจำหลัก มีหน้าที่เก็บข้อมูลที่มาจากอุปกรณ์รับข้อมูลเพื่อใช้ในกำรคำนวณและผลลัพธ์ของการคำนวณก่อนที่จะส่งไปยังอุปกรณ์ส่งข้อมูล
- 5 หน่วยควำมจำสำรองทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลและโปรแกรมขณะยังไม่ได้ใช้งานเพื่อการ ใช้ในอนาคต
ซอฟต์แวร์ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นมากในการควบคุมการทำงานของเครื่อง คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
- ซอฟต์แวร์ระบบ มีหน้ำที่ควบคุมอุปกรณ์ต่ำง ๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์ และเป็น ตัวกลำงระหว่ำงผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์หรือฮำร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ระบบสำมำรถแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ คือ
- 1 โปรแกรมระบบปฏิบัติกำร ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พ่วง ต่อกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ ตัวอย่ำงโปรแกรมที่นิยมใช้กัน ในปัจจุบัน เช่น UNIX, DOS, Microsoft Windows
- 2 โปรแกรมอรรถประโยชน์ ใช้ช่วยอ ำนวยควำมสะดวกแก่ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ใน ระหว่ำงกำรประมวลผลข้อมูลหรือในระหว่ำงที่ใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอย่ำงโปรแกรมที่นิยมใช้ กันในปัจจุบัน เช่น โปรแกรมเอดิเตอร์ (Editor)
- 3 โปรแกรมแปลภำษำ ใช้ในกำรแปลควำมหมำยของคำสั่งที่เป็นภำษำคอมพิวเตอร์ให้ อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้ำใจ และท ำงำนตำมที่ ผู้ใช้ต้องการ
2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำงานต่าง ตามที่ต้องการ เช่น การทำงานเอกสาร งานกราฟิก งานนำเสนอ หรือเป็น Software สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมงานทะเบียน โปรแกรมการให้บริการเว็บ โปรแกรมงานด้านธนาคาร ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน เป็น Software ที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น Software สำหรับงานธนาคารการฝากถอนเงิน Software สำหรับงานทะเบียนนักเรียน ซอฟต์แวร์คิดภาษี ซอฟต์แวร์การให้บริการร้าน Seven ฯลฯ
2.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป โดยในซอฟต์แวร์ 1 ตัวมีความสามารถในการทำงานได้หลายอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์งานด้านเอกสาร (Microsoft Word ) มีความสามารถในการสร้างงานเอกสารต่าง ๆ จัดทำเอกสารรายงาน จัดทำแผ่นพับ จัดทำหนังสือเวียน จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์
2.เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ใช้ในการติดต่อสื่อสารรับ/ส่งข้อมูลจากที่ไกล ๆ เป็นการส่งของข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือที่อยู่ห่างไกลกัน ซึ่งจะช่วยให้การเผยแพร่ข้อมูลหรือสารสนเทศไปยังผู้ใช้ในแหล่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน และทันการณ์ ซึ่งรูปแบบของข้อมูลที่รับ/ส่งอาจเป็นตัวเลข (Numeric Data) ตัวอักษร (Text) ภาพ (Image) และเสียง (Voice)
สำหรับกลไกหลักของการสื่อสารโทรคมนาคมมีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ ต้นแหล่งของข้อความ (Source/Sender), สื่อกลางสำหรับการรับ/ส่งข้อความ (Medium), และส่วนรับข้อความ (Sink/Decoder) ดังแผนภาพต่อไปนี้ คือ
นอกจากนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 6 รูปแบบ ดังนี้ต่อไปนี้ คือ
- เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ, กล้องดิจิทัล, กล้องถ่ายวีดีทัศน์, เครื่องเอกซเรย์ ฯลฯ
- เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล จะเป็นสื่อบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น เทปแม่เหล็ก, จานแม่เหล็ก, จานแสงหรือจานเลเซอร์, บัตรเอทีเอ็ม ฯลฯ
- เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
- เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล เช่น เครื่องพิมพ์, จอภาพ, พลอตเตอร์ ฯลฯ
- เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร, เครื่องถ่ายไมโครฟิล์ม
- เทคโนโลยีสำหรับถ่ายทอดหรือสื่อสารข้อมูล ได้แก่ ระบบโทรคมนาคมต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์, วิทยุกระจายเสียง, โทรเลข, เทเล็กซ์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้และไกล
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศจนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย นับได้ว่าเป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือยุคข้อมูลข่าวสาร ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์อย่างมหาศาล ยังผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ย่อมมีผลกระทบต่อบุคคล องค์กร หรือสังคม เราสามารถจำแนกผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศออกเป็นสองด้าน คือ ผลกระทบด้านบวก และผลกระทบด้านลบ
ผลกระทบด้านบวก
1.การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมืองมีการพัฒนาใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควมคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น
2.เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการกระจายไปทั่วทุกหนแห่งแม้แต่ถิ่นทุรกันดา ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้
3.สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน การเรียนการสอนในโรงเรียนมีการนำคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ เช่น วีดิทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา จัดตารางสอน คำนวณระดับคะแนน
4. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการทางด้านการทหารมีการใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม มีการใช้ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ ควบคุมการทำงาน
5.การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจำเป็น ต้องหาวิธีการ ในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ
ผลกระทบด้านลบ
1. ก่อให้เกิดผลด้านศีลธรรม บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้า และเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป
2. การมีส่วนร่วมของคนในสังคมลดน้อยลง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว ในการสื่อสารและการทำงาน แต่ในอีกด้านหนึ่งการมีส่วนร่วมของกิจกรรมทางสังคมที่มีการพบปะสังสรรค์กันจะน้อยลง
3. เกิดช่องว่างทางสังคม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับการลงทุน ผู้ใช้จึงเป็นชนชั้นในอีกระดับหนึ่งของสังคม ในขณะที่ชนชั้นระดับรองลงมามีจำนวนมากกลับไม่มีโอกาสใช้และผู้ยากจนก็ไม่มีโอกาสรู้จักกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. อาชญากรรมบนเครือข่าย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้น เช่น ปัญหาอาชญากรรม ตัวอย่างเช่น อาชญากรรมในรูปของการขโมยความลับ การขโมยข้อมูลสารสนเทศ การให้บริการสารสนเทศที่มีการหลอกลวง รวมถึงการบ่อนทำลายข้อมูลและไวรัส
5. ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ นับตั้งแต่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการทำงาน การศึกษา บันเทิง ฯลฯ การจ้องมอง คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีผลเสียต่อสายตา ซึ่งทำให้สายตาผิดปกติ มีอาการแสบตา เวียนศรีษะ นอกจากนั้นยังมีผลต่อสุขภาพจิต เกิดโรคทางจิตประสาท